เจาะลึก : หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอิหร่านระบุ มหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าสหรัฐฯ เคยพยายามพิชิตอิหร่านมาแล้ว แต่สุดท้ายก็จบลงใน ‘ถังขยะแห่งประวัติศาสตร์’
เจาะลึก : หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอิหร่านระบุ มหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าสหรัฐฯ เคยพยายามพิชิตอิหร่านมาแล้ว แต่สุดท้ายก็จบลงใน ‘ถังขยะแห่งประวัติศาสตร์’

พลตรี มูฮ์ซีน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงสูงสุดแห่งอิหร่าน ระบุว่า มหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าสหรัฐฯ เคยพยายามพิชิตอิหร่านมาแล้ว แต่ในท้ายที่สุดก็กลับต้องจบลงใน ‘ถังขยะแห่งประวัติศาสตร์

    ระหว่างการให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าว Press TV เมื่อวันเสาร์ (10 ต.ค.) ที่ผ่านมา นายพล เรซาอีระบุว่า ‘สหรัฐฯ ประสบกับความพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการเผชิญหน้ากับอิหร่าน ส่งผลให้ท้ายที่สุดต้องหันมาใช้สงครามเศรษฐกิจเนื่องจากความสิ้นหวัง

    นายพล เรซาอี ระบุว่า อิหร่านต่างหากจะเป็นผู้กำหนดว่า การเผชิญหน้าครั้งนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด ไม่ใช่สหรัฐฯ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า เตหะรานจะยังคงเดินหน้ายืนหยัดต่อต้านต่อไป จนกว่าข้อเรียกร้องที่ชอบธรรมของตนจะได้รับการตอบสนอง

    เมื่อกล่าวถึงการคงอยู่ของกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาค นายพล เรซาอี บอกกับสำนักข่าว Press TV ว่า การถอนกำลังทหารของสหรัฐฯ ออกจากอิรัก สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของวอชิงตันในการยัดเยียดวาระทางทหารของตนให้แก่ภูมิภาคนี้ พร้อมทั้งระบุว่า สิ่งนี้เป็นข้อพิสูจน์ถึงความถูกต้องในการยืนหยัดต่อต้านของอิหร่านต่อการปรากฏตัวทางทหารของอเมริกาในภูมิภาคเอเชียตะวันตก

    นายพล เรซาอี กล่าวเพิ่มเติมว่า มีชาวอิหร่านมากกว่า ‘30 ล้านคน’ ที่ได้ลงทะเบียนในแคมเปญการระดมพล ‘จันฟาดา’ (Janfada - การเสียสละเพื่ออิหร่าน) เพื่อพร้อมที่จะจับอาวุธขึ้นสู้ ในกรณีที่เกิดการรุกรานจากสหรัฐฯ

    ในประเด็นด้านการทูต เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวระบุว่า ‘เตหะรานจะไม่กลับไปใช้แนวทางทางการทูตแบบเดิม ๆ ของตน’ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า ‘อิหร่านจะไม่ละทิ้งการทูตไปโดยสิ้นเชิงอย่างแน่นอน

    เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายนี้เตือนว่า หากวอชิงตันเปิดฉากการรุกรานอิหร่านอีกครั้ง สินทรัพย์ต่าง ๆ ของอเมริกาอาจตกเป็นเป้าหมาย ซึ่งรวมถึงระบบข้อมูลสำคัญและเซ็นเซอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

    นอกจากนี้ นายพล เรซาอี ยังระบุว่า วอชิงตันและพันธมิตรในภูมิภาค คือต้นตอของปัญหาที่เกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซ

    อิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้การรุกรานครั้งล่าสุดจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้เรือของสหรัฐฯ และพันธมิตรไม่สามารถสัญจรผ่านเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์แห่งนี้ได้

    การเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ซึ่งบีบให้วอชิงตันและทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ต้องปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ออกมาหลายต่อหลายครั้ง

    ภายหลังการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) แห่งอิสลามาบัด ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายน เตหะรานได้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ทว่าหลังจากสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงดังกล่าวด้วยการปิดล้อมท่าเรือต่าง ๆ ของอิหร่าน กองทัพอิหร่านจึงได้สั่งปิดช่องทางเดินเรือยุทธศาสตร์แห่งนี้ลงอีกครั้ง


ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 262 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

31412986
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
2206
12629
14835
31328205
120693
304350
31412986

จ 12 ต.ค. 2026 :: 05:47:55